อยากมีชีวิตแบบไหน หลังเกษียณ

อยากมีชีวิตแบบไหน หลังเกษียณ

ถ้ามาดามถามว่า "คุณอยากมีชีวิตหลังเกษียณแบบไหน" จะเลือกอะไรกันคะ ระหว่าง แบบ A, B, C, D หรือ E


แบบ A: เกษียณแล้วต้องอยู่อย่างอดๆ อยากๆ 

อาจเพราะไม่ได้เตรียมตัวเตรียมเงินไว้ เพราะไม่เห็นความสำคัญของการวางแผนการเงิน ไม่สนใจการลงทุน ใช้เงินเกินตัว เมื่อเกษียณก็ไม่มีความสามารถที่จะทำงานอื่นๆ เลยไม่สามารถหาเงินหลังเกษียณได้

จะหวังพึ่งพาลูกหลานก็ใช่เรื่อง เพราะสมัยนี้แล้ว มาดามว่าควรให้ลูกหลานตั้งตัวและมีชีวิตเป็นของตัวเอง ส่วนตัวเราก็ควรจะวางแผนการเงินดีๆ เพื่อที่จะพึ่งพาตัวเองได้หลังเกษียณนะคะ


แบบ B: ถึงวัยเกษียณแล้ว ยังต้องทำงานต่อไปอีกระยะ

อาจเพราะคิดวางแผนการเงินเพื่อใช้หลังเกษียณช้าเกินไป ทำให้มีเวลาให้เงินทำงานน้อยลง หรืออาจวางแผนกำหนดจำนวนเงินที่ต้องเตรียมไว้ใช้ผิดพลาดไป

ลืมคิดถึงผลจากภาวะเงินเฟ้อ เช่น 10 ปีที่แล้วเตรียมเงินสำหรับค่ารักษาแล้ว คิดว่าถ้าเข้า รพ. ค่าห้องคงแค่คืนละ 2,000 บาท แต่เมื่อถึงวันเกษียณค่าห้องอาจเพิ่มเป็นคืนละ 5,000 บาท

เงินที่คิดว่าจะพอ จึงไม่พอได้ค่ะ เพราะการที่ค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ ยิ่งค่ารักษาพยาบาลเป็นค่าใช้จ่ายที่มีอัตราเงินเฟ้อสูงกว่าค่าใช้จ่ายอย่างอื่นด้วย ก็ยิ่งทำให้เงินที่เตรียมไว้ไม่พอในระยะยาว  ถึงเวลานั้น เลยทำให้ต้องทำงานหนักต่อไปอีกช่วงเวลานึง อาจเป็น 5-10 ปี เพื่อสะสมทุนทรัพย์ และมีเวลาวางแผนการเงินเพิ่มเติม ไว้เลี้ยงดูตัวเองในช่วงวัยเกษียณ 


แบบ C: เกษียณแล้วต้องนั่งรอลูกหลานมาเลี้ยงดู

สำหรับบางครอบครัว ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีเงินเก็บ ไม่ได้วางแผนการลงทุน ไม่มีเงินก้อนเตรียมไว้ใช้เมื่อถึงวันเกษียณ แต่ยังมีลูกหลานที่มีความสามารถในการทำงาน มีความคิดศึกษาเรื่องการลงทุน ทำให้มีเงินเหลือพอที่จะมาดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวได้ จึงเป็นกลุ่มที่ไม่ต้องทำงานเอง หลังเกษียณมีคนมาเลี้ยงดู แต่ก็ต้องใช้เงินอย่างจำกัดตามที่มีคนเอาเงินมาให้ และก็ยังมีความไม่มั่นคงในระยะยาว เพราะไม่รู้ว่าลูกหลานจะดูแลและเลี้ยงดูจนถึงเมื่อไหร่

แบบ C นี้ เป็นสิ่งที่พบบ่อยในสังคมไทย แต่อาจจะไม่ฮิตวิธีนี้กันนักในสังคมตะวันตกหรือใน Gen Y นัก เนื่องจากค่านิยมที่ต่างกัน ทำให้คุณพ่อคุณแม่ได้เตรียมตัววางแผนการเงินยามเกษียณไว้อย่างดี จะได้ไม่ต้องรบกวนลูกหลานยามสูงอายุค่ะ

แบบ D: เกษียณแล้วมีเงินของตัวเองเพียงพอที่จะใช้จ่ายอย่างสุขสบาย  

กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่มาดามขอตั้งชื่อให้ว่า “เกษียณดีมีเงินใช้” เพราะคนกลุ่มนี้จะมีโอกาสใช้ชีวิตหลังเกษียณแบบสุขสบายกว่ากลุ่มอื่นๆ

เป็นผลมาจากช่วงก่อนเกษียณ ที่ได้มีการวางแผนการใช้จ่ายและเตรียมเงินบำนาญไว้เป็นอย่างดี มีการคำนวณค่าใช้จ่ายรายปี รายเดือน และคำนวณเพิ่มตามค่าเงินเฟ้อมาเรียบร้อยแล้ว เลยทำให้หลังเกษียณ สามารถใช้เงินตัวเองได้อย่างมั่นใจ แถมยังเอาเงินที่เหลือไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและไม่เสี่ยงมากได้อีกด้วยค่ะ

ถึงเงินจะงอกเงยช้า แต่ก็มั่นคงและเพียงพอที่จะมีใช้จ่ายหลังเกษียณไปแบบชิลๆ ได้


แบบ E: เกษียณแล้วมีสุขภาพดี มีเงินพอใช้

กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่เรียกว่า แข็งแรงและพอมีพอกินค่ะ ถึงจะไม่ได้เกิบเงินก้อนโตอะไรมากมาย แต่ด้วยความเชื่อที่ว่า ค่าใช้จ่ายหลักของคนวัยเกษียณ คือค่ารักษาพยาบาล

ดังนั้น จึงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ และเตรียมเงินส่วนตัวไว้พอสมควร หลังเกษียณเลยมีเงินใช้แบบพอดี แต่เนื่องจากไม่ค่อยมีค่ารักษาพยาบาล จึงทำให้เงินที่เตรียมไว้ถ้าใช้อย่างประหยัดก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ และเพราะยังแข็งแรงหลังเกษียณจึงยังคงมีพลังในการทำงานเพื่อหารายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ ได้ต่อไปอีกหลายปีเลยค่ะ


อ่านดูแล้ว อยากมีชีวิตหลังเกษียณแบบไหนกันบ้างคะ แต่ไม่ว่าใครก็ควรเตรียมเงินล่วงหน้าให้พร้อมใช้หลังเกษียณนะคะ

วิธีหนึ่งของการออมเงินที่เหมาะสมและภาครัฐสนับสนุนให้ใช้ลดหย่อนภาษีได้มาก คือการทำประกันบำนาญค่ะ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งระยะสั้น ระยะยาว และแบบการันตีเงินคืนด้วยนะคะ

______________

สนใจวางแผนเกษียณ หรือใช้ประกันลดหย่อนภาษีให้ตัวเองหรือคุณพ่อคุณแม่ รีบติดต่อมาดามมาได้เลยค่ะ

เช็คเบี้ยให้ไว ข้อมูลแน่น ต้องมาดามประกันเท่านั้นค่ะ


Powered by MakeWebEasy.com